มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี เดินหน้ายกระดับการพัฒนาท้องถิ่นภายใต้โครงการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและพัฒนากำลังคนขั้นสูง (Reinventing University) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยผนึกกำลังภาคีเครือข่ายด้านการอนุรักษ์และหน่วยงานภาครัฐ จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “Creative Koh Mak: การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน” ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พื้นที่เกาะหมาก จังหวัดตราด
การดำเนินงานในครั้งนี้เป็นการสร้างความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ กลุ่มอนุรักษ์ปะการังเกาะหมาก, มูลนิธิรักษ์ปะการังโดยความอุปถัมภ์ของ บมจ.เอจีซีวีนิไทย, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จังหวัดตราด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านการจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
กิจกรรมหลักมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ในหลายมิติ ตั้งแต่แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) การจัดการอาหารทะเลยุคใหม่ การลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไปจนถึงการใช้สื่อสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาชุมชนอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังมีการลงพื้นที่ปฏิบัติจริงเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ เช่น การปลูกและฟื้นฟูปะการัง การศึกษาแหล่งหญ้าทะเลบริเวณเกาะกระดาด และการสำรวจแหล่งเรียนรู้ปะการังเกาะผี เพื่อสร้างแนวทางการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีระบุถึงเป้าหมายของโครงการว่า การขับเคลื่อนในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชนกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเชื่อมั่นว่าองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดไปยังครูและคนในพื้นที่ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างกำลังคนที่มีทักษะในการจัดการการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่จังหวัดตราดในระยะยาว
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากการจัดโครงการ คือการเกิดเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งได้นำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำที่ทำได้จริงในพื้นที่ รวมถึงการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนเรื่องทะเลและชายฝั่งที่จะถูกส่งต่อสู่เยาวชนในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น
ความสำเร็จของโครงการ Creative Koh Mak ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีในการเป็นที่พึ่งทางวิชาการและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริงที่สามารถแก้ปัญหาโลกร้อนและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชนชายฝั่งอย่างมีระบบ
