ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี (11 พฤษภาคม 2569) - คณะผู้บริหารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี นำโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวิจัย ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เพื่อนำเสนอและปรึกษาหารือแนวทางยุทธศาสตร์การวิจัยเชิงพื้นที่ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและแนวนโยบายในการพัฒนาขับเคลื่อนการวิจัยของจังหวัดจันทบุรี โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการแก้ปัญหาและส่งเสริมศักยภาพท้องถิ่น
การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดจันทบุรี ประเด็นแรกคือการวิจัยและพัฒนาผลไม้เมืองร้อน โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด มหาวิทยาลัยฯ ได้นำเสนอแนวคิดการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า ลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว พัฒนาสายพันธุ์ที่ทนทานต่อโรค และยกระดับมาตรฐานคุณภาพสู่ตลาดสากล รวมถึงการหาแนวทางในการแปรรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จากผลไม้เหล่านี้ ประเด็นถัดมาคือการกำจัดเศษเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญจากการผลิตผลไม้จำนวนมาก แนวทางที่นำเสนอครอบคลุมการวิจัยเพื่อเปลี่ยนเศษเหลือทิ้งให้เป็นพลังงาน ปุ๋ยอินทรีย์ หรือวัสดุชีวภาพที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคเกษตรกรรม และประเด็นสุดท้ายคือปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชน มหาวิทยาลัยฯ นำเสนอแนวทางวิจัยเพื่อศึกษาหาสาเหตุ ประเมินผลกระทบ และพัฒนาเทคนิคป้องกันและฟื้นฟูชายฝั่งยั่งยืน การนำเสนอข้อมูลและแนวคิดดังกล่าวได้รับการพิจารณาอย่างสร้างสรรค์จากผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวิจัยเชิงพื้นที่ว่า “การวิจัยเชิงพื้นที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาจังหวัด จันทบุรีมีศักยภาพสูงทั้งด้านเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ การผนึกกำลังทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จะช่วยขับเคลื่อนให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีทิศทาง ตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่นและสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างแท้จริง การวิจัยที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน” การกล่าวของผู้ว่าราชการจังหวัดสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการใช้ฐานความรู้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาจังหวัดอย่างรอบด้านและยั่งยืน
จากการหารือครั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะนำไปสู่การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาโครงการต่างๆ ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีและหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดจันทบุรีอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้ ผลลัพธ์จากการวิจัยเหล่านี้จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตร และสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับจังหวัดจันทบุรีในระยะยาว การขับเคลื่อนการวิจัยเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดจันทบุรี จะเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นแบบอย่างของการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับท้องถิ่นเพื่อประโยชน์สูงสุดของชุมชนและประเทศชาติ
